f Say you, say me: เพื่อชีวิต..กู f

วันอังคาร, ธันวาคม 20, 2548

เพื่อชีวิต..กู

ผมโตมาพร้อมๆ กับเพลงเพื่อชีวิตครับ

เพื่อชีวิต.. เพลงที่เค้นออกมาจากหัวใจ เมื่อได้เห็นความไม่เท่าเทียมกันต่างๆ ของสังคม เค้นออกมาในรูปของเสียงเพลง ที่ช่วยสื่อความคิดนั้นออกไปได้ถึงคนหลายหมู่เหล่า

เป็นแนวเพลงไทยอีกทางหนึ่ง ที่มีให้ฟังนอกเหนือจากแนวหลัก - เพลงรัก

แรกเริ่ม ไม่ได้อยากฟังอะไรมากมาย ยังคงฮัมเพลงรักที่ได้ยินตามสาย เหมือนคนอื่นๆ
เมื่อมีม้วน ก็ลองฟังบ้าง ดูเท่ห์ดี ทำตามคนอื่นๆ ว่างั้นเหอะ
ฟังพร้อมๆ กับเพื่อนร่วมกลุ่ม ที่ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นเพื่อนกันจนทุกวันนี้

เพลงเพื่อชีวิตจะ work มาก เมื่อบรรเลงกันในวงสุรา กรึ่มๆ แล้วแหกปากร้องกับเพื่อนๆ การร้องเพลงรักอย่างเดียวมันไม่อิ่ม แถมดูหน่อมแน้มไปหน่อย ไม่เข้ากันกับขวดเหล้าที่วางอยู่ข้างหน้าเท่าไหร่

ผมเริ่มฟังพี่ปู พงสิทธ์ คัมภีร์ ตั้งแต่อัลบัมเสือ 11 ตัว อัลบัมนี้ร้องได้ทุกเพลง
เมื่อชอบก็กลับไปหาอัลบัมแรกๆ มาฟัง จนร้องได้เกือบหมด ว่ามาเหอะของพี่ปูนี่
บางเพลงก็แอบนึกสนุก แปลงเอามาเป็นเพลงหยอกสาว แต่ไม่ได้ร้องหรอกครับ เพราะเขินกว่าที่จะร้องให้เค้าฟัง คงได้แต่ระบายในวงเหล้า.. เช่นเดิม

พี่ปูเริ่มโด่งดังขึ้นมา จากเพลงที่ดูง่ายๆ แต่งง่ายๆ ทำนองง่ายๆ ตีคอร์ดกีตาร์นี่ยิ่งง่ายใหญ่.. ดูง่าย แต่ฟังแล้วติดหู คนฟังกันทั้งโรงเรียน

นอกจากคัมภีร์แล้ว ก็ยังมีคาราบาว ที่ดังมาก่อนหน้านั้น คาราบาวโด่งดังมาก ตั้งแต่ชุดแรก 'วณิพก' ด้วยความสามารถของแอ๊ด คาราบาว ทำให้คาราบาว มีเพลงที่ติดตลาดหลายๆ ชุด หลายเพลงถือได้ว่า เป็นเพลงอมตะเลยทีเดียว

ในตอนนั้น เราก็พาซื่อ ร้องเพลงเพื่อชีวิต มันไม่ได้มีดีแค่เอาไปทำสนุกสนานตอนเมาเท่านั้น หากเรายังคิดไปถึง ที่มาของเพลง ชีวิตคนแต่ง ความเป็นจริงของสังคม มันทำให้เราได้ข้อคิดว่า สักวันหนึ่ง ถ้ามีโอกาส คงต้องช่วยจรรโลงสังคมให้มันดีขึ้น กว่าที่เป็นอยู่
..
..
แต่แล้ววันหนึ่ง
พงสิทธิ์ คัมภีร์ ก็บอกว่า ผมไม่ใช่ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต
ได้ยินแล้วก็อึ้ง พลางถามพี่เค้าในใจว่า อ้าว.. แล้วที่กูฟังอยู่นี่ มันคืออะไร(วะ) เพลงเพื่อมนุษย์ดาวอังคารรึไง
วันหนึ่ง คาราบาวก็ร่วมมือกับเพื่อนนักธุรกิจ ทำเครื่องดื่ม(ที่เค้าบอกว่า)บำรุงกำลัง ในชื่อ คาราบาวแดง ออกมาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดที่มีมูลค่าปีละหมื่นสี่พันล้าน โดยมีเป้าหมายหลักคือ กลุ่มแฟนเพลงเก่านั่นเอง

แม่ง.. เลวจริงๆ

คาราบาวแดงออกสปอตโฆษณาถี่ยิบ ในแนวที่สะท้อนถึงแนวเพลงที่เคยทำมา ตั้งแต่ เชิดชูนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ โอทอป สามัคคีประเทศไทย
และล่าสุด มอมเมากันเข้าไปกับคาราบาวเอกซ์โอ เครื่องดื่มชูกำลังที่มีกลิ่นวิสกี้

เห็นความเป็นมาเป็นไป ของสองแรงบันดาลใจแล้ว ก็ได้แต่ถอนหายใจและพยายามทำความเข้าใจ ถึงความจำเป็นที่เค้าอาจจะต้องทำ
..ก็พอจะเข้าใจอยู่ว่า ความคิด ความฝันและความเป็นจริง หลายๆที มันก็ไปด้วยกันได้ยากเหลือเกิน

สุดท้าย เพลงเพื่อชีวิต ที่ผมเคยได้ยินเค้าว่ากันนั้น มันก็เป็นเพียงแค่ 'เพื่อชีวิต..กู' เท่านั้นเอง



พ่อหลี - คาราบาว

11 Comments:

At 21 ธันวาคม, 2548 15:36, Blogger Tum B. said...

'นักร้องเพลงเพื่อชีวิต' อาจจะเป็นหัวโขนด้านอาชีพการงาน ที่เขากำลังสวมอยู่ก็ได้ครับ

เหมือนหัวโขนของ 'ดารา' หรืออาชีพอื่นๆ อีกมากมาย เรื่อยไปจนถึง 'นายกรัฐมนตรี'

คนพวกนี้ก็คือคนธรรมดา เกิดมาเหมือนพวกเราเนี่ยแหล่ะ

แต่น่าแปลกเนอะ บางคนสวมหัวโขนแล้ว ดูเหมือนว่าจะยิ่งหลงระเริงไปกับบทบาทของหัวโขนนั้น จนลืมไปว่า แท้จริงแล้วตัวเองเป็นใครกันแน่

ถ้าใส่แล้วมี 'สติ' ไม่เอาบทบาทของหัวโขนมาหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องในทางที่ไม่ดีได้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี

 
At 21 ธันวาคม, 2548 17:41, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

ผมก็ชอบเพลงเพื่อชีวิตเหมือนกันครับ :) แต่ในฐานะคนฟังเพลงคนหนึ่ง ผมจะดูที่เนื้อหาเพลง ท่วงทำนอง มากกว่าเนื้อหาชีวิตของคนทำ หรือคนร้อง

ก็คงอย่างที่คุณ bangkok บอก ก็ไอ้คนทำก็คนธรรมดาเหมือนกัน ดังนั้นจะไปคาดหวังอะไรกับเขามาก ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ที่สุดแล้วก็ไม่จำเป็นต้องออกมาเป็นผู้นำในการปฏิวัติ หรือกินแกลบนี่ครับ ในเมื่อเขาไม่ใช่นักปฏิวัติ ที่ต้องมีอุดมการณ์อันแรงกล้า ขนาดที่ช่วยขับเคลื่อนการกระทำทุกอย่างออกมาเพื่อมวลชนเท่านั้น (ซึ่งคนแบบนั้นมีอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่มาก ซึ่งก็มักมีชื่อว่าเป็น นักปฏิวัติ หรือทำเพื่อสังคมไปเลย ไม่ใช่แค่ศิลปินเพลง แต่งเพลงกันออกมาวางขายกันธรรมดา ๆ)

แม้ว่านายแอ๊ด คนเคยทำเพลง และแต่งเพลงที่มีเนื้อหาดี มีท่วงทำนองปลุกจิตสำนึกได้ จะหันไปทำเครื่องดื่มบำรุงกำลังขายไปด้วย (สงสัย ตอนหลังหมดแรงเขียนเพลง เงินหมด หรือจะเหตุผลอะไรก็ตาม) โดยแอบคาดหวังว่า แฟนเพลงจะเป็นกลุ่มลูกค้าตัวเป้ง นั่นมันก็เป็นความคิดแค่ในมุมของเขา...

ส่วนปัญหาว่า คนที่เคยฟังเพลงเพื่อชีวิตของเขา จะยังตามไปดื่มเครื่องดื่มของเขาหรือไม่ เป็นอีกด้าน....ซึ่งแบ่งได้เป็นสามพวก คือ

๑. ถ้าไป...นั่นก็ว่ากันไม่ได้...ยิ่งถ้าคิดกันว่า แอ๊ดทำเครื่องดื่มบำรุงกำลังออกมาขาย มันก็เป็นได้แค่ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต (กู) กลุ่มคนเคยฟังเพลงเพื่อชีวิต แล้วตามไปดื่มด้วย โดยคิดง่าย ๆ แค่ว่า...ก็ชอบนายแอ๊ด ถึงไม่เคยชอบดื่ม แต่ (กู) ก็จะดื่มกันล่ะคราวนี้ นั่นมันก็เป็น คนฟัง ที่ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ก็เป็นพวกฟังเพลงเพื่อชีวิต (กู) นั่นแหละ...

๒. ถ้าคนที่เคยเป็นแฟนเพลง แถมเคยชอบดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่แล้วด้วย... สมมติแอ๊ด ทำได้อร่อยสุดยอด แต่ทำเพลงไม่ดีวุ้ย ..(กู) ก็เลยจะไม่กินของมัน เพราะมันทำเพลงไม่ดี...อันนี้ ก็ไม่พ้นข้อหา เป็นพวก เพื่อชีวิต (กู) ของ (กู) ตามใจ (กู) ที่ขาดเหตุผลในการตริตรอง ยึดอยู่แค่ความชอบ หรือไม่ชอบหน้าคนทำ อย่างเดียว....

๓. ถ้าแอ๊ดทำเครื่องดื่มไปด้วย ทำเพลงไปด้วย...แหมดันเก่ง... ทำได้ดีทั้งสองอย่าง...ไอ้คนที่เคยชอบฟังเพลง... แต่เกลียดการขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังของแอ๊ด ...จู่ ๆ ก็เลิกฟังเพลงดี ๆ ของแอ๊ดไปเลย.....เพราะมันทำไม่ถูกใจ (กู) พง เพลงจะดียังไง (กู) ก็จะไม่ฟังอีกต่อไป หันไปฟังเพลงรักดีก่า...อิ อิ พวกนี้ จะบอกว่า ชอบฟังเพื่อชีวิตจริง ๆ ก็คงไม่ค่อยถนัดนะครับ..(หรือเปล่า ?)
(ซึ่งคนประเภทหลังนี้แหละ ที่ทำให้เกิดปัญหาอาชญกร ที่ประกอบอาชญากรรมซ้ำ ๆ ซาก ๆ ...คือ ถ้าประวัติไม่ดี ไม่ถูกใจเสียแล้ว ต่อให้ทำดียังไงก็ไม่ดีขึ้นมาได้....อุ ๆ ชักนอกเรื่องไปหน่อยครับ)

สำหรับผม แม้นายแอ๊ดจะออกมาทำ มาม่า ขาย...(ซึ่งผมว่า ไม่ค่อยดี อย่างน้อย ผมของผมก็ร่วงเอาร่วงเอา เวลาที่ต้องกิน...การทำของไม่มีคุณค่าออกมาค้า กำไรจากคนจนอย่างผม มันใช้ไม่ได้ครับ) แต่ถ้านายแอ๊ดยังสามารถทำเพลงเพื่อชีวิตออกมาได้อีก...ชนิดที่ฟังแล้ว...ทั้งทำนอง แง่คิด ความเข้มข้นของเนื้อหายังคับแก้ว แบบโดนใจ...ผมก็คิดว่า ผมจะฟัง หรือถ้าชอบทั้งอัลบั้มก็จะซื้อเหมือนเดิม...
ก็ทำไงได้ล่ะครับ ก็ผมชอบฟัง "เพลงเพื่อชีวิต" นี่ครับ ไม่ได้ชอบฟัง "ชีวิตศิลปินเพลง" สักหน่อย...แหะ ๆ ปัญหาเรื่องจะยังฟังต่อ จะยังชอบต่อหรือเปล่าของผม เลยไม่ได้ไปผูกติดกับชีวิตของศิลปินเพลง แต่อยู่ที่เนื้อหาเพลง

อย่างไรก็ตาม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ครับว่า แนวคิดที่จืดจางลง อุดมการณ์ที่เลือนลาง จะมีผลต่อเนื้อหาของเพลงเพื่อชีวิตไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้...ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของเรื่องที่ว่า ทำไมหลัง ๆ แอ๊ด หรือคาราบาว ทำเพลงออกมาได้ไม่กินใจเหมือนเดิม...จนแฟนเพลงเริ่มหนีหาย...

แต่.....ผมภาวนาว่า คนฟังเพลงเพื่อชีวิตที่หนีหายไปนั้น หนีไป เพราะ เพลงไม่เข้มข้นเหมือนเดิม มากกว่าหนีไป เพราะเพียงแค่แอ๊ดเป็นเจ้าของเครื่องดื่มบำรุงกำลังครับ......หุ ๆ ๆ

 
At 21 ธันวาคม, 2548 18:55, Blogger Tum B. said...

เห็นด้วยกับคุณ BioLawCom ครับ
แต่กับข้อ ๓ ถ้าจะมองในอีกแนวทางได้ไหมครับ ว่า..

บางทีที่ผ่านมา แอ๊ดนอกจากจะขายเพลงแล้ว แอ๊ดยังขายความเป็น 'ตัวตนของคนเพื่อชีวิต' ด้วย

พอแอ๊ดเปลี่ยนมาทำธุรกิจ ซึ่งที่สำคัญเป็นธุรกิจที่คนส่วนใหญ่มองว่า 'มอมเมาผู้บริโภค' ซะด้วย ก็เลยทำให้ที่เคยชื่นชอบ 'ตัวตน' แอ๊ด ออกมาแสดงความรับไม่ได้

ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าที่ผ่านมา แอ๊ดตั้งใจขาย 'ตัวตน' ของตัวเองหรือเปล่า???

 
At 21 ธันวาคม, 2548 19:45, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

อิ อิ แอบเฝ้าตามคอมเม็นท์ตัวเองอยู่ว่า จะมีคนเข้ามาด่าบ้างเป่า..เลยขอแลกเปลี่ยนด้วยโดยพลันครับคุณ bangkok

ผมว่า...คิดในแง่ที่คุณว่ามาก็ได้เหมือนกันครับ..ดังนั้น...ปัญหาก็คือ คุณจะเป็นคนฟังเพลงเพื่อชีวิต เพราะเนื้อหาเพลงดี ๆ เท่านั้น หรือจะยึดกับ "ตัวตน" ของคนร้อง ด้วย....ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง ผมว่าจะ ถ้าเลิกฟัง เพราะตัวตนของแอ๊ดไม่ดีอีกต่อไป ก็คงไม่ใช่เรื่องผิด....และจริง ๆ ผมก็คงเขียนตกแง่มุมนั้นไปจริง ๆ ด้วยครับ ต้องขอบคุณคุณ bangkok ด้วยจริง ๆ ...ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น คน ๆ นั้น อาจเป็นคนชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตจริง ๆ ก็ได้ แต่จะฟังของใคร ต้องดูที่ "ตัวตน" ของคนร้องด้วย (เพียงแต่ผมก็อาจจะนึกเสียดายแทนว่า ถ้าหากมีศิลปินเก่ง ๆ ในเรื่อง "เพลง" เพื่อชีวิตสักคน ทำเพลงดี..แต่มีพฤติกรรมประจำวันไม่ค่อยดี...เราก็อาจหาฟังเพลงดี ๆ ของเขาไม่ค่อยจะได้)

สำหรับผม ผมมีแนวคิดเห็นส่วนตัว อืม..อะไรดี เรียกว่า อุดมการณ์ส่วนตัว (แต่..อย่าหมั่นไส้กันนะครับ ผมเองคิดว่า เป็นอุดมการณ์แต่คนอื่นอาจบอกไม่ใช่ ซึ่งต้องไปว่ากันที่ ความหมายของ คำว่าอุดมการณ์อีก) ดังนั้น ผมเลยไม่สนใจที่จะต้องไปติดอยู่กับอุดมการณ์ของคนอื่น ....ถ้าว่ากันที่ นักทำ นักปฏิบัติ ตามอุดมการณ์ตัวจริง ๆ ที่อ้างว่าตนเองทำเพื่อมวลชน (ไม่ใช่แค่ทำเพลง) ผมจะชื่นชอบคนนั้นหรือไม่ คงต้องดูวัตรปฏิบัติของเขาด้วยแน่ ๆ ก็ถ้าในเมื่อสอนคน หรือชวนคนไปทำอะไรแบบนั้น แต่ตัวเองไม่มี อะไรเลย ก็ย่อมไม่มีจุดให้เราชื่นชม หรือสนับสนุน หรือเป็นผู้มีอุดมการณ์ในดวงใจเราได้..

แต่สำหรับ ศิลปินเพลงเพื่อชีวิต...คนทำเพลง...ขายเพลง...ผมแอบคิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า อยากฟังเพลงแนวนั้น ก็เท่านั้น... จึงไม่ค่อยได้สนใจว่าคนร้อง จะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างอื่นด้วยหรือไม่... หรือต้องมีชีวิตแบบไหน...แน่นอนครับ ศิลปินบางคนทำจริง ๆ อาจช่วยให้เราซาบซึ้งในการฟังมากขึ้น แม้เนื้อร้องไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อนึกถึงการกรั่นออกมาแล้ว มันโดนใจ หรืออินไปด้วย นั่นเป็นอีกกรณี...แต่ถ้า เนื้อหาเพลงดีอยู่แล้ว ฟังอีท่าไหน มันก็ดีว่ะ ได้แง่คิด ฟังแล้วชอบ....เรื่องชีวิตคนร้องเลยกลายเป็นเรื่องรอง ๆ ลงไป ...ผมเคยชอบคาราบาว ก็ต้องบอกว่า เพลงอัลบั้มเก่าเกือบทุกชุด ผมชอบจริง ๆ โดยยอมรับไปเลยว่าผมไม่เคยสนใจเลยว่า แอ๊ดจะทำตัวแบบไหน...เมื่อเพลงของเขา เติมไฟบางอย่างในใจผมได้...มันก็เป็นที่ตัวผมเอง...ส่วนชีวิตคนร้องจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจมากนัก..เพราะผมไม่ได้ไปอะไรกับเขาด้วยนี่นา

อย่างไรก็ตาม เรื่องแอ๊ดต้องการขาย "ตัวตน" เพื่อให้เพลงดัง ด้วยหรือเปล่า ?...ไม่มีข้อมูลเหมือนกันครับ..แหะ ๆ แต่ถ้าลองคุยกันสนุก ๆ

ผมว่า แต่ก่อนแอ๊ดอาจต้องมีอะไรบางอย่างอยู่บ้างเหมือนกัน (หมายถึง แนวคิดเพื่อชีวิต) เพราะไม่งั้นคงไม่แต่งเพลงออกมาได้ดีขนาดนั้นแน่ (อันนี้ส่วนตัวคิดนะครับเพราะชอบเพลง ถ้าคนไม่ชอบก็คุยกันลำบาก) ดังนั้น จะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจของแอ๊ด...แต่อาจมีแฟนเพลงหลายคนติด "ตัวตน" เพราะคิดว่า เขามี "ตัวตน" ไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่รู้ตัว..... ปัจจุบันเมื่อดูเหมือน "ตัวตน" ที่เราคิดว่าเขามีอยู่หมดไป ก็เลยไม่อยากสนับสนุน และพาลผิดหวัง

เอ่อ..ออกตัวก่อน ผมไม่ได้มาเป็นองค์รักษ์พิทักษ์แอ๊ดนะครับ ๕๕๕๕ เพราะดูเหมือนจะช่วยแก้ต่างให้มากเชียว..เพราะจริง ๆ ถ้าพูดถึงนิสัย แอ๊ดมีเรื่องแย่ ๆ มาก ๆ อยู่แยะเชียว (แล้วก็แย่มาแต่ไหน แต่ไรแล้ว ไม่ใช่พึ่งมาแย่ แต่ช่วงหลังแย่หนัก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่หอประชุมธรรมศาสตร์ บางคนอาจเคยได้ยินข่าวอยู่)

ผมเองไม่ค่อยแน่ใจครับคุณ bangkok ว่า การที่เราจะกล่าวกับคนที่เคยชอบเราสักคนว่า "ผมเคยมี แต่ตอนนี้หมดแล้ว" กับ "ผมไม่เคยมีเลย แต่ที่ทำเพราะชอบทำเพลงเท่านั้นจริง ๆ" อะไรมันจะดูดี และเซพตัวเองได้ดีกว่ากัน...ซึ่งอาจเป็นไปได้ก็ได้ว่า แอ๊ดเลือกอย่างหลัง...แล้วผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าแอ๊ดเลือกอย่างแรก....แฟนเพลงเขาจะว่ายังไง ??

แหะ ๆ ...ผมตอบยอกย้อนไปหรือเปล่าครับ...อย่าว่ากันเด้อ

 
At 21 ธันวาคม, 2548 20:11, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

อ้อ...แหมอีกจิ๊ดนะครับ...แต่ก่อนมา อย่างที่บอก...แอ๊ดจะตั้งใจขาย "ตัวตน" หรือเปล่าผมไม่รู้ ...แต่พอเพลงดี คนฟังชอบ ก็เลยติด และสร้างภาพ (จากเนื้อหาเพลงที่ดี) ไปเองว่า เขามีตัวตนในแง่เพื่อชีวิต..."ตัวตน" ของเขาก็เลยติดเพลงไปด้วย (อ้อ...เพลงที่เกิดได้จาก "ตัวตน" กับ "ตัวตน" ที่เกิดได้ก็เพราะเพลง ต่างกันอีกนะครับ)

แต่ถ้าพูดถึงปัจจุบัน... ถ้าเป็นอย่างที่ท่านเจ้าของบล็อกว่า..คือ หลังจากทำเครื่องดื่ม ฯ แล้ว...แอ๊ดดันไปงัดเอา เรื่องสมัยก่อน มาขายประกอบด้วย...แบบนี้ คงเรียกว่า แอ๊ดกำลังพยายาม

"ขายตัวตน ที่คนอื่นเชื่อว่า เขามี"

โดยแอ๊ดไม่ฉลาดพอที่จะประเมินรู้ได้ว่า ปัจจุบัน "ความเชื่อว่ามีตัวตนแบบนั้น" ของแฟน ๆ มันหมดไปนานแล้ว....ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

ที่สุดผมเลยคิดว่า "อดีตกับปัจจุบัน" และ "ความไม่ตั้งใจกับความตั้งใจ" ในเรื่อง "ขายตัวตน" คงต้องพิจารณาแยกกันเล็กน้อย...

 
At 21 ธันวาคม, 2548 21:40, Blogger Tum B. said...

เพิ่มเติมอีกประเด็น ...

หรือว่าคนเรามีความ 'คาดหวัง' กับศิลปินหรือบุคคลที่เราชื่นชอบ ยิ่งปลื้มมาก ชอบมาก ยิ่งมีความคาดหวังมากเป็นเงาตามตัว

พอรู้สึกว่าคนที่เราชอบ 'เปลี่ยนไป' หรือไม่เหมือนจากที่เรา 'คาดหวัง' ไว้ ก็พลอยทำให้เรารู้สึกแย่ๆ

เป็นไปได้ไหมครับ?

 
At 21 ธันวาคม, 2548 23:11, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

๕๕๕๕ ก็นั่นแหละครับ ถึงกลับมาที่คำถามไง ว่า

ที่คุณฟังเพลงน่ะ เพราะคุณชอบเพลง หรือ เพราะชอบศิลปินที่ร้องเพลง ??

ถ้าชอบศิลปินมากกว่าเพลง ความคาดหวังกับตัวศิลปินก็เลยมากกว่า ?? เมื่อศิลปินทำให้ผิดหวัง เพลงจะยังไง เนื้อหาเพื่อชีวิตหรือเปล่า ก็คงกลายเป็นเรื่องรอง ๆ ไปแล้วแหละครับ หุ ๆ ๆ ไม่แปลก ๆ นิ :)

เอ้าตาย..แหะ ๆ เดี๋ยวท่านเจ้าของบล็อกบ่นว่า มันมาทำอะไรในบล็อกตูล่ะเนี่ย แหะ ๆ ....

 
At 22 ธันวาคม, 2548 00:10, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

สงสัยประเด็นนี้คงมันส์ แชร์ไอเดียกันใหญ่เลย โตมาพร้อมกับเพลงเพื่อชีวิตพร้อมๆ กับผมอะดี๊

ลองนึกภาพตาแอ๊ด
-อยู่บนเวที ร้องเพลงอัลบั้มหัวควาย-ปากหมา-ประสาเพลง ด่านักการเมืองอย่างสุดเหวี่ยงเท่าที่จะทำได้
-ให้สัมภาษณ์บริภาษเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 'คนไทยกำลังถูกหลอก กินไปได้อย่างไร ไม่มีคุณค่าอะไร'

สลับกับ
-ขี่ชอปเปอร์ ฮาเล่ย์ของแท้ อุ้มไก่ชนตัวละแสน
-ให้สัมภาษณ์ 'อ๋อ.. สมศักดิ์น่ะเพื่อนผม(หลังจากที่ร้องเพลงวัวล้านตัว เพื่อช่วยล้านครอบครัว)' จูบปากกันอย่างไม่เคอะเขิน
-เป็นพรีเซนเตอร์คาราบาวแดง ทำเอง ขายเอง

เข้ากั้น เข้ากันนะครับ :-)

ป.ล.
-อย่าเรียกผม-จขบ.ว่าท่านเลยครับ เขิลล์ง่ะ
-ทุกวันนี้ผมก็ยังฟังคาราบาวอยู่นะ เพราะเนื้อหา ท่วงทำนองยังกินใจเหมือนเดิม

 
At 22 ธันวาคม, 2548 00:25, Blogger Tum B. said...

แอ๊ดคงจะโดนเยอะ เพราะว่าด่าชาวบ้านเขาไว้เยอะด้วยล่ะมั้ง พอมาทำเองเลยเสียซะ

จำได้ว่าตอนทำคาราบาวแดงใหม่ๆ ผมได้ฟอร์เวิร์ดอีเมล์ สแกนหนังสือที่แอ๊ดเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเครื่องดื่มบำรุงกำลังไว้ เอามาลงให้เห็นกันจะๆ เลย

สงสัยจะต้องระวังคำพูดบ้างแล้วเรา เผื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับเขาบ้าง

ฮ่า..ฮ่า

 
At 22 ธันวาคม, 2548 14:31, Anonymous ไม่ระบุชื่อ said...

ส่วนผมคงไม่ต้องระวังคำพูดอะไรมากนะครับ เพราะวาสนาคงเป็นได้แค่เพื่อนนายกรัฐมนตรี :-)

 
At 22 ธันวาคม, 2548 21:20, Blogger Tum B. said...

^
^
เข้ามาขำความคิดเห็นข้างบน
:D

 

แสดงความคิดเห็น

<< Home